แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ Brassia แสดงบทความทั้งหมด
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ Brassia แสดงบทความทั้งหมด

กล้วยไม้สายพันธุ์ Brassia caudata Orchid

ภาพวาด กล้วยไม้
Brassia caudata
ชื่ออื่นๆ : Malaxis caudata, Oncidium caudatum, Brassia lewisii
ถิ่นกำเนิด : ฟอริด้า เมกซิโก คิวบา กายอานา
การเพาะปลูก : เลี้ยงง่าย
สภาพอากาศที่เจริญเติบโต : เขตอบอุ่น

       กล้วยไม้ Brassia caudata ถูกเผยแพร่โดย 'คาโรลัส ลินเนียส' ในปี 1759 เป็นกล้วยไม้อิงอาศัย เติบโตในที่ระกับความสูง 1,500 เมตรเหนือระดับน้ำทะเล มักเกาะอยู่บนต้นไม้ มีใบ 2 ใบ ยาว 40 ซม. เติบโตมาจากลำลูกกล้วย ออกดอกเรียงเป็นแถว 2 แถว ดอกมีขนาดใหญ่ เมื่อดอกบานเต็มที่ กลีบเลี้ยงจะยาวถึง 20 ซม. ดอกมีกลิ่นหอม สีครีม กลีบปากมีจุดสีส้ม น้ำตาล หรือสีแดงเข้ม

       กล้วยไม้ชนิดนี้มักปลูกโดยการห้อยลำต้นลงมา ใช้สแฟกนั่มหุ้มส่วนที่เป็นรากไว้ กล้วยไม้ต้องการแสงแดดรำไร ต้องการความชื้น 60% และสภาพอากาศที่อบอุ่นตลอดปี ในช่วงฤดูหนาว ควรงดการรดน้ำ เพราะช่วงนี้เป็นช่วงกับตัวของกล้วยไม้

       กล้วยไม้ชนิดนี้มักถูกนำไปผสมเป็นสายพันธุ์อื่นๆมากมาย หนึ่งในกล้วยไม้พันธุ์ผสมที่สวยงามที่สุด คือ Brassia caudata alba 'JEM' ซึ่งเป็นกล้วยไม้ที่ได้รับรางวัลจาก American Orchid Society มากมาย

กล้วยไม้สายพันธุ์ Brassia caudata

กล้วยไม้สายพันธุ์ Brassia caudata

กล้วยไม้ที่เป็นพันธุ์ผสมจาก Brassia caudata
ชื่อ Brassia caudata alba 'JEM'

กล้วยไม้สายพันธุ์ Brassia longissima Orchid

ชื่ออื่นๆ : Brassia arcuigera, Brassia lawrenceana var. longissima, Spider Orchid.
ถิ่นกำเนิด : คอสตาริกา ปานามา เปรู
การเพาะปลูก : เลี้ยงง่าย
สภาพอากาศที่เจริญเติบโต : ปานกลาง

Brassia longissima
ในปี 1869 ในอังกฤษ กล้วยไม้ชนิดนี้ได้ออกดอกเป็นครั้งแรก มันเป็นกล้วยไม้อิงอาศัยที่มีลำลูกกล้วยขนาดใหญ่ มีใบ 2 ใบ มีช่อดอกที่ยาวมากถึง 80 เซนติเมตร ดอกมีสีเหลือง มีลายสีน้ำตาล เมื่อดอกบานเต็มที่ กลีบเลี้ยงจะยาวถึง 20 เซนติเมตร ดอกกล้วยไม้ชนิดนี้บานนานกว่า 3 สัปดาห์

กล้วยไม้ Brassia longissima นิยมปลูกในกระถางไม้ที่เติมด้วยเปลือกไม้และสแฟกนั่ม หรือใช้เปลิแกไม้โอ๊ค เป็นกล้วยไม้ที่ต้องการแสงแดดน้อย ต้องการความชื้นมากกว่า 60% ตลอดปี กระถางที่ใช้ปลูกกล้วยไม้ ควรระบายน้ำได้ดี เพราะรากของกล้วยไม้ชนิดนี้เน่าได้ง่าย เมื่อกล้วยไม้ปลูกในประถางแล้ว ไม่ควรเปลี่ยนกระถางบ่อย ควรเปลี่ยนกระถางเท่าที่จำเป็น ในช่วงฤดูหนาว ควรงดน้ำประมาณ 2-3 สัปดาห์

สายพันธุ์ในสกุล Brassia ที่เป็นพันธุ์ผสมที่มีความสวยงามที่โดดเด่น คือ Brassia 'Rex' (ดังรูปที่ 2)ซึ่งเป็นกล้วยไม้ที่ผสมระหว่าง B.rassia verrucosa และ B. gireoudiana.

Brassia 'Rex'
ที่มาของรูปภาพ http://www.orchidspecies.com/ และ http://www.orchidsinourtropics.com/

กล้วยไม้สายพันธุ์ Ada aurantiaca Orchid

Brassia cinnabarina
ภาพจาก Wikipedia
ชื่ออื่นๆ : Ada legmannii, Oncidium cinnabarinum, Brassia cinnabarina
ถิ่นกำเนิด : เอกวาดอร์ โคลัมเบีย เวเนซุเอลา หรือบริเวณที่มีความสูงเหนือระดับน้ำทะเล 2,000 - 3,000 เมตร
การเพาะปลูก : ง่าย
สภาพอากาศที่เจริญเติบโต : เย็น

       กล้วยไม้ชนิดนี้ถูกพบในปี 1851. ในประเทศโคลัมเบีย เป็นกล้วยไม้อิงอาศัย มีลำลูกกล้วยเป็นทรงกระบอกและมีใบแคบ ช่อดอกกล้วยไม้ยาวถึง 30 - 40 ซม ดอกกล้วยไม้จะแทงยอดออกมาจากช่อดอก ดอกมีสีส้ม ลักษณะดอกจะบานไม่เต็มที่ การออกดอกจะเริ่มในช่วงปลายฤดูหนาว ถึงช่วงต้นฤดูแล้ง

       การปลูกกล้วยไม้ชนิดนี้ นิยมใช้เปลือกไม้ผสมกับกาบมะพร้าว เป็นกล้วยไม้ที่ต้องการแสงปานกลาง และต้องการความชื้น 60% อุณหภูมิที่กล้วยไม้จะออกดอกคือ 10-12 องศาเซียลเซียส กล้วยไม้ชนิดนี้ทนทานต่อความเย็นมาก แม้ว่าอุณหภูมิต่ำเพียง 5 องศา มันก็อาจจะออกดอกได้

       กล้วยไม้สกุล Ada เป็นกล้วยไม้ที่นำไปทำเป็นพันธุ์ผสมได้ง่าย เช่น Ada x Gomesa จะได้สกุลใหม่ คือ Gomada


ภาพจาก http://www.orchidboard.com/