แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ Oncidium แสดงบทความทั้งหมด
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ Oncidium แสดงบทความทั้งหมด

กล้วยไม้ออนซิเดียม Oncidium abortivum Rchb.f 1849

ออนซิเดียม
(www.orchidspecies.com/)
ชื่อพ้อง :Cyrtochilum orthotis (Rchb.f.) Kraenzl. 1917;
Heteranthocidium abortivum (Rchb.f.) Szlach., Mytnik & Romowicz 2006;

ชื่ออื่น ๆ : The Aborted Oncidium
เขตกระจายพันธุ์ : เวเนซุเอลา โคลัมเบีย เปรูและเอกวาดอร์
ช่วงที่กล้วยไม้ออกดอก :

เป็นกล้วยไม้อิงอาศัยที่พบในป่าฝน เจริญเติบโตที่ระดับความสูง 200-1,850 เมตรเหนือระดับน้ำทะเล เป็นกล้วยไม้ขนาดเล็ก มีลำลูกกล้วยเรียบ มีกาบใบห่อหุ่มลำลูกกล้วย ออกดอกเป็นช่อ ดอกมีสีเหลือง มีลายสีน้ำตาลเล็กน้อย ดอกมีขนาด 0.6 ซม.

กล้วยไม้เอื้อง Miltonia regnellii Orchid

รูปกล้วยไม้ Miltonia regnellii
(http://www.orchidspecies.com/)
ชื่ออื่นๆ : Oncidium reguellii
ถิ่นกำเนิด : บราซิล
การเพาะปลูก : ง่าย
สภาพอากาศที่เจริญเติบโต : ปานกลาง - อบอุ่น

       กล้วยไม้ถูกค้นพบในปี 1846 เป็นกล้วยไม้อิงอาศัยที่เติยโตในป่าร้อนชื้นในประเทศบราซิล กล้วยไม้มักเกาะอาศัยอยู่ตามกิ่งของต้นไม้ กล้วยไม้มีลำลูกกล้วยประมาณ 10 เซนติเมตร ช่อดอกชี้ขึ้นแล้วโค้งลงดิน ช่อดอกยาว 40 เซนติเมตร แต่ละช่อมีดอกประมาณ 5 ถึง 10 ดอก ดอกมีกลิ่นหอมและมีสีสันที่หลากหลาย แต่ส่วนใหญ่จะมีสีขาวและเหลือง กลีบปากสีชมพูหรือม่วงไวโอเล็ท ออกดอกตลอดปี








รูปกล้วยไม้ Miltonia regnellii
(http://www.orchidboard.com/)

       กล้วยไม้ชนิดนี้กลูกได้ดีในกระถางไม้ มันเติบโตได้ดีหากมีความชื้นในอากาศสูง ดังนั้นควรใช้สแฟกนั่มเป็นวัสดุในการปลูก

       หากสภาพอากาศระหว่างกลางวันและกลางคืนมีค่าต่างกันไม่มาก จำทำให้กล้วยไม้ชนิดนี้เจริญเติบโตได้ดี











       กล้วยไม้เจริญเติบโตที่ระดับความสูง 300 ถึง 800 เมตรเหนือระดับน้ำทะเล ลำลูกกล้วยเป็นรูปไข่ มักออกดอกในช่วงฤดูใบไม้ผลิและฤดูร้อน--หากกล้วยไม้อุดมสมบูรณ์ มันจะออกดอกได้ตลอดปี

       น่าแปลกที่กล้วยไม้สกุล Miltonia ไม่จัดอยู่ในกลุ่มกล้วยไม้พันธุ์ผสมสกุล Miltoniopsis ทั้งๆที่มันมีลักษณะทางพฤกษศาสตร์ที่ใกล้เคียงกันมาก คุณสามารถพบเห็นกล้วยไม้พันธุ์ผสมได้เช่น Milpasia--เกิดจากการผสมระหว่าง Aspasia และ Miltada

กล้วยไม้เอื้อง Lophiaris lanceana Orchid

ชื่ออื่นๆ : Trichocentrum lanceana
ถิ่นกำเนิด : เวเนซุเอลา, บราซิล, ฝรั่งเศษ(เฟรนช์เกียนา), ตรินิแดด
การเพาะปลูก : ค่อนข้างยาก ยาก
สภาพอากาศที่เจริญเติบโต : อบอุ่น

ดอกกล้วยไม้เอื้อง Trichocentrum lanceana
(http://www.orchidspecies.com
/)
       กล้วยไม้ชนิดนี้ถูกบรรยายไว้ในปี 1836 โดยนักกล้วยไม้ผู้โด่งดัง ชื่อ John Lindley. เป็นกล้วยไม้อิงอาศัยที่แทบจะมองไม่เห็นลำต้น(ลำลูกกล้วย) ใบกล้วยไม้มีขนาด 30 ถึง 50 เซนติเมตร ออกดอกเป็นช่อ ช่อดอกจะชี้ขึ้นด้านบน ช่อดอกยาวประมาณ 30 เซนติเมตร ดอกมีสีแดงเข้ม-น้ำตาล เหลือง แต่กลีบปากมีสีชมพูที่เด่นชัด









       นิยมปลูกกล้วยไม้ไว้ในกระถางพลาสติก เป็นกล้วยไม้ที่ชอบการอยู่ในร่ม และต้องการความชื้นมากกว่า 80% ในช่วงฤดูหนาวจะเป็นช่วงพักตัว(ประมาณ 3 สัปดาห์) เพื่อเริ่มการออกดอก รักษาสภาพอากาศให้คงที่ ไม่ควรมีอุณหภูมิต่ำกว่า 17 องศา



       ภายหลังจากเลิกใช้สกุลนี้--ที่สร้างขึ้นในปี 1838 มันถูกย้ายไปเป็นกล้วยไม้สกุล Oncidium เนื่องจากกล้วยไม้ชนิดนี้มีลำลูกกล้วยที่เล็ก และมีใบเหนียว

กล้วยไม้สายพันธุ์ Brassia caudata Orchid

ภาพวาด กล้วยไม้
Brassia caudata
ชื่ออื่นๆ : Malaxis caudata, Oncidium caudatum, Brassia lewisii
ถิ่นกำเนิด : ฟอริด้า เมกซิโก คิวบา กายอานา
การเพาะปลูก : เลี้ยงง่าย
สภาพอากาศที่เจริญเติบโต : เขตอบอุ่น

       กล้วยไม้ Brassia caudata ถูกเผยแพร่โดย 'คาโรลัส ลินเนียส' ในปี 1759 เป็นกล้วยไม้อิงอาศัย เติบโตในที่ระกับความสูง 1,500 เมตรเหนือระดับน้ำทะเล มักเกาะอยู่บนต้นไม้ มีใบ 2 ใบ ยาว 40 ซม. เติบโตมาจากลำลูกกล้วย ออกดอกเรียงเป็นแถว 2 แถว ดอกมีขนาดใหญ่ เมื่อดอกบานเต็มที่ กลีบเลี้ยงจะยาวถึง 20 ซม. ดอกมีกลิ่นหอม สีครีม กลีบปากมีจุดสีส้ม น้ำตาล หรือสีแดงเข้ม

       กล้วยไม้ชนิดนี้มักปลูกโดยการห้อยลำต้นลงมา ใช้สแฟกนั่มหุ้มส่วนที่เป็นรากไว้ กล้วยไม้ต้องการแสงแดดรำไร ต้องการความชื้น 60% และสภาพอากาศที่อบอุ่นตลอดปี ในช่วงฤดูหนาว ควรงดการรดน้ำ เพราะช่วงนี้เป็นช่วงกับตัวของกล้วยไม้

       กล้วยไม้ชนิดนี้มักถูกนำไปผสมเป็นสายพันธุ์อื่นๆมากมาย หนึ่งในกล้วยไม้พันธุ์ผสมที่สวยงามที่สุด คือ Brassia caudata alba 'JEM' ซึ่งเป็นกล้วยไม้ที่ได้รับรางวัลจาก American Orchid Society มากมาย

กล้วยไม้สายพันธุ์ Brassia caudata

กล้วยไม้สายพันธุ์ Brassia caudata

กล้วยไม้ที่เป็นพันธุ์ผสมจาก Brassia caudata
ชื่อ Brassia caudata alba 'JEM'

กล้วยไม้สายพันธุ์ Ada aurantiaca Orchid

Brassia cinnabarina
ภาพจาก Wikipedia
ชื่ออื่นๆ : Ada legmannii, Oncidium cinnabarinum, Brassia cinnabarina
ถิ่นกำเนิด : เอกวาดอร์ โคลัมเบีย เวเนซุเอลา หรือบริเวณที่มีความสูงเหนือระดับน้ำทะเล 2,000 - 3,000 เมตร
การเพาะปลูก : ง่าย
สภาพอากาศที่เจริญเติบโต : เย็น

       กล้วยไม้ชนิดนี้ถูกพบในปี 1851. ในประเทศโคลัมเบีย เป็นกล้วยไม้อิงอาศัย มีลำลูกกล้วยเป็นทรงกระบอกและมีใบแคบ ช่อดอกกล้วยไม้ยาวถึง 30 - 40 ซม ดอกกล้วยไม้จะแทงยอดออกมาจากช่อดอก ดอกมีสีส้ม ลักษณะดอกจะบานไม่เต็มที่ การออกดอกจะเริ่มในช่วงปลายฤดูหนาว ถึงช่วงต้นฤดูแล้ง

       การปลูกกล้วยไม้ชนิดนี้ นิยมใช้เปลือกไม้ผสมกับกาบมะพร้าว เป็นกล้วยไม้ที่ต้องการแสงปานกลาง และต้องการความชื้น 60% อุณหภูมิที่กล้วยไม้จะออกดอกคือ 10-12 องศาเซียลเซียส กล้วยไม้ชนิดนี้ทนทานต่อความเย็นมาก แม้ว่าอุณหภูมิต่ำเพียง 5 องศา มันก็อาจจะออกดอกได้

       กล้วยไม้สกุล Ada เป็นกล้วยไม้ที่นำไปทำเป็นพันธุ์ผสมได้ง่าย เช่น Ada x Gomesa จะได้สกุลใหม่ คือ Gomada


ภาพจาก http://www.orchidboard.com/