แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ Bletia แสดงบทความทั้งหมด
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ Bletia แสดงบทความทั้งหมด

กล้วยไม้เอื้อง Laelia cinnabarina Orchid

ชื่ออื่นๆ : Sophronitis cinnabarina, Bletia cinnabarina, Cattleya cinnabarina.
ถิ่นกำเนิด : บราซิล
การเพาะปลูก : ยาก
สภาพอากาศที่เจริญเติบโต : ปานกลาง

       กล้วยไม้ถูกบรรยายในปี ค.ศ. 1836 โดย John Lindley กล้วยไม้ชนิดนี้เป็นกล้วยไม้ที่เติบโตบนหิน (ไม่ใช่อิงอาศัยบนต้นไม้) ถูกพบบนเขาที่ระดับความสูง 300 ถึง 500 เมตรเหนือระดับน้ำทะเล(ลำลูกกล้วย) มีลำต้นที่เหนียว ตั้งตรงยาวประมาณ 20 เซนติเมตร ช่อดอกมีความยาวถึง 30 เซนติเมตร แต่ละช่อมีดอกประมาณ 10 ดอก ดอกมีสีส้ม เส้นผ่านศูนย์กลาง 8 เซนติเมตร ออกดอกในฤดูร้อน







       กล้วยไม้ชนิดนี้นิยมปลูกในกระถางไม้ ใช้สแฟกนัมหรือใยมะพร้าวใส่กระถาง กล้วยไม้ต้องการแดด 4 ถึง 5 ชั่วโมงต่อวันเพื่อให้กล้วยไม้ออกดอก และจำเป็นต้องรักษาอุณหภูมิ โดยที่กลางคืนมีอุณหภูมิประมาณ 13 ถึง 15 องศา ส่วนกลางวันมีอุณหภูมิ 18 ถึง 24 องศา ความชื้นมากกว่า 70 เปอร์เซ็น--ยกเว้นในช่วงฤดูหนาว ควรลดระดับความชื้นลง

       มีกล้วยไม้สายพันธุ์ผสมมากมายที่มาจาก สกุล Laelia และสกุล Laeliocattleya ส่วนใหญ่จะให้สีส้ม

กล้วยไม้สายพันธุ์ เจ้าหญิงรัตติกาล | Brassavola nodosa Orchid

ชื่ออื่นๆ : เจ้าหญิงรัตติกาล, Cymbidium nodosum, Bletia modosa, Rhyncholaelia nodosa
ถิ่นกำเนิด : เม็กซิโก, เปรู, เวเนซุเอลา หมู่เกาะอินดีสตะวันตก
การเพาะปลูก : เลี้ยงง่าย
สภาพอากาศที่เจริญเติบโต : ปานกลาง

กล้วยไม้สายพันธุ์ เจ้าหญิงรัตติกาล
       ในปี 1753, 'คาโรลัส ลินเนียส' ให้ชื้อกล้วยไม้ชนิดนี้ว่า Epidendrum nodosum ประมาณปี 1800กว่าๆ กล้วยไม้ชนิดนี้ถูกจำแนกใหม่ จึงถูกเปลี่ยนชื่อเป็นสกุล Brassavola ซึ่งจัดอยู่ในกลุ่มพืชอิงอาศัยขนาดเล็กและหายาก เจริญเติบโตบนต้นไม้ โดยใช้รากยึดเกาะลำต้นของต้นไม้ บางครั้งกล้วยไม้ชนิดนี้ขึ้นอยู่ในที่ๆมีแสงแดดโดยตรง ในช่วงฤดูร้อน กล้วยไม้ Brassavola nodosa จะออกดอก ดอกมีสีขาว ดอกมีกลิ่นหอมในตอนเย็น จำนวนโครโมโซมเป็น 2n = 40

       การเพาะปลูก กล้วยไม้ชนิดนี้ต้องการแสงในปริมาณที่มาก ดังนั้นมันจึงปลูกในที่แจ้งได้ มักนิยมปลูกไว้ในกระถางไม้ โดยใส่เปลือกไม้โอ๊คลงไป ในช่วงฤดูร้อนกล้วยไม้จะต้องการความชื้นสูง (มากกว่า 70% ) แต่กล้วยไม้ชนิดนี้สามารถอยู่ได้โดยไม่มีน้ำ ควรลดน้ำในฤดูหนาว อย่างไรก็ตาม ไม่ควรปล่อยให้กล้วยไม้ขาดน้ำเป็นเวลานาน แม้ว่ากล้วยไม้จะทนได้

กล้วยไม้สายพันธุ์ เจ้าหญิงรัตติกาล
       สกุล Brassavola ถูกผสมเกสรโดยแมลง ดังนั้นมันจึงมีสีและกลิ่นที่มีความเด่นชัดในตอนกลางคืน สกุลนี้สามารถผสมข้ามสกุลได้ เช่น นำไปผสมกับสกุลแคทลียา หรือ Laelia จะได้กล้วยไม้สกุล Beassolaeliocattleta (BLC) ซึ่งเป็นที่นิยมในต่างประเทศ

กล้วยไม้สายพันธุ์ Brassavola martiana Orchid

ชื่ออื่นๆ : Brassavola amazonica, Brassavola multiflora,Bletia martiana
ถิ่นกำเนิด : เอกวาดอร์ โคลัมเบีย เวเนซุเอลา
การเพาะปลูก :
สภาพอากาศที่เจริญเติบโต :

กล้วยไม้สายพันธุ์ Brassavola martiana 
       Brassavola martiana เป็นกล้วยไม้ที่ถูกเผยแพร่ในปี 1836 โดย John Lindley เป็นกล้วยไม้อิงอาศัยที่เจริญเติบโตอยู่บริเวณแม่น้ำที่ใหลผ่านป่าอเมซอน โดยห้อยอยู่บนต้นไม้ ลำต้นทรงกระบอก ยาว 30 ซม. แต่ละต้นจะมีดอก 3-5 ดอก ดอกมีสีเหลืองปนเขียว มีกลีบปากสีขาวปนเหลือง

       กล้วยไม้ชนิดนี้มักนิยมปลูกโดยการห้อยลำต้นลงมา และใช้เปลือกไม้หุ้มรากไว้
martiana ต้องการแสงแดดรำไร ความชื้นประมาณ 50% เป็นกล้วยไม้ที่ออกดอกตลอดปี ขณะที่กล้วยไม้กำลังออกดอก ควรรดน้ำให้น้อยลง

       ชื่อของสายพันธุ์นี้ (Brassavola martiana) ถูกตั้งขึ้นเพื่อเป็นเกียติกับนักพฤกษศาสตร์และนักสำรวจชาวเยอรมัน ชื่อ Carl F. P. von Martius ผู้ซึ่งค้นพบกล้วยไม้ชนิดนี้เป็นคนแรก ในบราซิล

รูปภาพจาก www.phonglan.net

กล้วยไม้สายพันธุ์ Bletilla striata Orchid

กล้วยไม้ สายพันธุ์ Bletilla striata
ชื่ออื่นๆ : Bletia hyacinthina, Limodorum striatum, peacock orchid
ถิ่นกำเนิด : ญี่ปุ่น, จีน, เนปาล
การเพาะปลูก : เลี้ยงง่าย
สภาพอากาศที่เจริญเติบโต :

กล้วยไม้ Bletilla striata ถูกค้นพบในปี 1784. โดยนักธรรมชาติชาวสวีเดน ชื่อ Carl Peter Thunberg เป็นกล้วยไม้ดิน เติบโตใต้ต้นไม้ใหญ่ในป่าหนาว กล้วยไม้มีเหง้าซึ่งเหง้าจะพัฒนาเป็นลำลูกกล้วย และมีใบประมาณ 3-4 ใบ จะออกดอกในช่วงฤดูใบไม้ผลิ ช่อดอกมีความยาวประมาณ 10-20 ซม กล้วยไม้ชนิดนี้จะทิ้งใบและหยุดการเจริญเติบโตเพื่อพักตัว และจะเจริญเติบโตต่อในฤดูใบไม้ผลิ

กล้วยไม้ชนิดนี้สามารถนำมาเลี้ยงที่บ้านได้ โดยปลูกบริเวณใต้ร่มเงาของต้นไม้ ในฤดูหนาวต้องคลุมด้วยหญ้า หากอยู่ในเขตที่หนาวมาก ควรขุดเหง้ามาไว้ในที่ๆมีความชื้นต่ำ เพื่อป้องกันไม้ให้น้ำแข็งเกาะกล้วยไม้

ในประเทศจีน บางส่วนของเหง้ากล้วยไม้จะตายแล้วกลายเป็นแป้ง แล้วนำมาผสมกับน้ำมันงา นำมาทำเป็นยารักษาโรคได้